สร้างลิงก์ติดตามแคมเปญ UTM
ลงโฆษณาหลายช่องทางแล้วไม่รู้ว่าคนมาจากทางไหน ติด UTM ให้ลิงก์ก่อนเอาไปโพสต์ แล้ว Google Analytics จะแยกให้เห็นชัดว่ายอดเข้าชมมาจาก Facebook, LINE หรืออีเมล
🔗 ลิงก์ปลายทาง
ถ้าลิงก์ของคุณมีพารามิเตอร์อยู่แล้ว เช่น ?id=5 ระบบจะเก็บไว้ให้ครบ ไม่ทับของเดิม
⚡ ปุ่มลัดช่องทางยอดนิยม
🏷️ พารามิเตอร์แคมเปญ
ชื่อแพลตฟอร์มที่ลิงก์ไปวางอยู่
ประเภทของช่องทาง เช่น cpc, social, email
ชื่อแคมเปญ ควรตั้งให้อ่านแล้วรู้เรื่องและใช้ชื่อเดิมทุกช่องทางในแคมเปญเดียวกัน
แนะนำให้เปิดไว้ เพราะ Google Analytics มองว่า Facebook กับ facebook เป็นคนละแหล่งที่มา
✅ ลิงก์ที่ได้
หมายเหตุ ปุ่มย่อลิงก์เป็นปุ่มเดียวในหน้านี้ที่ส่งข้อมูลออกไปที่เซิร์ฟเวอร์ของเรา เพื่อสร้างรหัสสั้นให้คุณ ถ้าคุณล็อกอินอยู่ ลิงก์นั้นจะถูกเก็บไว้ใน Dashboard ของคุณด้วย
UTM คืออะไร
UTM คือพารามิเตอร์เล็ก ๆ ที่ต่อท้ายลิงก์ เพื่อบอกเครื่องมือวัดผลว่าผู้เข้าชมคนนี้มาจากไหน เว็บปลายทางยังเปิดเหมือนเดิมทุกอย่าง ต่างกันแค่ตอนนี้ Google Analytics รู้ที่มาของคนคนนั้นแล้ว
แต่ละช่องหมายถึงอะไร
- utm_source คือแหล่งที่มา ตอบคำถามว่าลิงก์นี้ไปวางไว้ที่ไหน เช่น facebook, line, google
- utm_medium คือประเภทช่องทาง ตอบว่ามาแบบไหน เช่น cpc สำหรับโฆษณาแบบจ่ายต่อคลิก social สำหรับโพสต์ธรรมดา email สำหรับจดหมายข่าว
- utm_campaign คือชื่อแคมเปญ ใช้รวมทุกช่องทางของแคมเปญเดียวกันเข้าด้วยกัน เช่น songkran-2026
- utm_term ใช้กับโฆษณาแบบซื้อคีย์เวิร์ด เพื่อระบุคำที่ซื้อ
- utm_content ใช้แยกชิ้นงานที่ต่างกันในแคมเปญเดียวกัน เช่น banner-a กับ banner-b เพื่อดูว่าอันไหนได้ผลกว่า
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- ตั้งชื่อไม่คงเส้นคงวา วันนี้ใช้ FB พรุ่งนี้ใช้ facebook รายงานจะแยกเป็นสองบรรทัด ให้เปิดตัวเลือกแปลงเป็นตัวพิมพ์เล็กไว้เสมอ
- ติด UTM กับลิงก์ภายในเว็บตัวเอง จะทำให้ระบบนับเป็นการเข้าชมครั้งใหม่และสถิติเพี้ยน ให้ใช้กับลิงก์ที่คนกดจากภายนอกเข้ามาเท่านั้น
- ใส่ข้อมูลส่วนตัวลงใน UTM เช่น ชื่อหรืออีเมลลูกค้า อย่าทำเด็ดขาด เพราะค่าเหล่านี้จะไปโผล่ในรายงานและในประวัติเบราว์เซอร์
- ลืมว่าลิงก์ยาวมาก ลิงก์ที่ติด UTM ครบจะยาวและดูไม่น่ากด ใช้ปุ่มย่อลิงก์ด้านบนช่วยได้
ใช้ UTM คู่กับ QR Code
ถ้าคุณพิมพ์ QR Code ลงบนโปสเตอร์ ใบปลิว หรือป้ายหน้าร้าน ให้ติด UTM ลงในลิงก์ก่อนแล้วค่อยเอาลิงก์นั้นไปสร้าง QR Code คุณจะวัดได้ว่าสื่อออฟไลน์แต่ละชิ้นพาคนเข้าเว็บมาได้กี่คน ซึ่งปกติเป็นสิ่งที่วัดยากมาก